ราคารวม : ฿ 0.00
การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยี แม้ว่า AI จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่แนวคิดของ AI ได้เริ่มต้นมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ในบทนี้ เราจะพาคุณสำรวจการพัฒนาและวิวัฒนาการของ AI ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม จนถึงปัจจุบันที่ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราทุกคน
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) หมายถึงเทคโนโลยีที่สามารถทำงานได้เหมือนกับความฉลาดของมนุษย์ โดยที่สามารถทำการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ AI สามารถถูกออกแบบมาให้ทำงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น การจดจำภาพ การประมวลผลภาษา หรือแม้แต่การตัดสินใจอย่างซับซ้อนในด้านต่างๆ
แนวคิดของ AI มุ่งหมายที่จะสร้างระบบที่สามารถทำหน้าที่เหมือนกับสมองมนุษย์ ซึ่งรวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ การประมวลผลข้อมูล และการตัดสินใจอัตโนมัติโดยไม่ต้องการการแทรกแซงจากมนุษย์ในทุกขั้นตอน
การเริ่มต้นของ AI เกิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะในช่วงปี 1950s ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์เริ่มตั้งคำถามว่าเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์สามารถมี "ปัญญา" หรือ "ความคิด" ได้หรือไม่ ในช่วงนี้มีการพัฒนาแนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานที่ทำให้ AI ก้าวไปข้างหน้า
หนึ่งในผู้บุกเบิกที่สำคัญของ AI คือ Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ซึ่งเสนอแนวคิด "Turing Test" เพื่อประเมินว่าเครื่องจักรสามารถแสดงพฤติกรรมที่เหมือนกับมนุษย์ได้หรือไม่ ถ้าเครื่องจักรสามารถสนทนากับมนุษย์โดยที่มนุษย์ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเครื่องจักรหรือคน นั่นแสดงว่าเครื่องจักรนั้นมี "ความฉลาด" นั่นคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในวิธีการวัดความฉลาดของ AI
1.3.1 ยุคแรกของ AI (1950s-1970s)
ในช่วงแรกของการพัฒนา AI นักวิจัยมุ่งเน้นที่การพัฒนา "AI แบบสัญลักษณ์" (Symbolic AI) ซึ่งหมายถึงการสร้างกฎและระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงตรรกะ เช่น การเล่นเกมและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ การวิจัยในช่วงนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบที่สามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยไม่สามารถ "เรียนรู้" ได้จากข้อมูลที่ได้รับ
หนึ่งในโครงการที่มีชื่อเสียงในยุคนี้คือโครงการ Logic Theorist ซึ่งพัฒนาโดย Allen Newell และ Herbert A. Simon ในปี 1956 เป็นระบบแรกที่สามารถพิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสร้างความหวังให้กับนักวิจัยว่า AI อาจสามารถทดแทนการทำงานของมนุษย์ในหลายด้าน
1.3.2 ยุคของ Machine Learning (1980s-2000s)
ในช่วงปี 1980s การพัฒนาของ AI เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เน้นการใช้กฎเกณฑ์ (Rule-based systems) ไปสู่การใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ซึ่งทำให้ AI สามารถเรียนรู้จากข้อมูลได้โดยไม่ต้องกำหนดกฎเกณฑ์ล่วงหน้า โดย Machine Learning นั้นสามารถทำงานได้ดีในสถานการณ์ที่ข้อมูลมีรูปแบบและสามารถทำนายผลลัพธ์จากข้อมูลได้
หนึ่งในความก้าวหน้าในช่วงนี้คือการพัฒนา Neural Networks หรือเครือข่ายประสาทเทียม ซึ่งจำลองการทำงานของสมองมนุษย์เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน Neural Networks ทำให้ AI สามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลที่ซับซ้อนและนำไปสู่การพัฒนา AI ที่มีความแม่นยำมากขึ้นในหลายด้าน เช่น การจดจำภาพและการประมวลผลภาษา
1.3.3 ยุคของ Deep Learning (2010s-ปัจจุบัน)
การก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ AI เกิดขึ้นในช่วงปี 2010s เมื่อมีการพัฒนาเทคนิค Deep Learning ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Machine Learning ที่เน้นการใช้ Neural Networks ที่มีความซับซ้อนและหลายชั้น Deep Learning ทำให้ AI สามารถทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ เช่น การรู้จำใบหน้า การประมวลผลภาพและวิดีโอ และการแปลภาษาอัตโนมัติ
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความก้าวหน้าของ AI คือในปี 2016 เมื่อ AlphaGo ซึ่งเป็น AI ที่พัฒนาโดย Google DeepMind สามารถเอาชนะ Lee Sedol ผู้เล่นโกะระดับโลกได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงถึงศักยภาพของ AI ในการทำงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์อย่างซับซ้อน
มีหลายเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ของ AI:
ในปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่การแนะนำสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ การจดจำใบหน้าในสมาร์ทโฟน ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลทางการแพทย์ AI ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การเงิน การศึกษา การแพทย์ และการขนส่ง
สรุปบทที่ 1: AI ได้พัฒนามาไกลจากจุดเริ่มต้นเมื่อหลายสิบปีก่อน จากแนวคิดของเครื่องจักรที่สามารถคิดและทำงานได้เหมือนมนุษย์ ไปจนถึงการพัฒนา AI ที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลและทำงานได้ซับซ้อนขึ้น ความสำเร็จและความก้าวหน้าของ AI ในปัจจุบันสะท้อนถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ในโลกอนาคต
ในบทต่อไป เราจะมาทำความรู้จักกับแนวคิดพื้นฐานของ AI และการทำงานในระดับพื้นฐานมากขึ้น
แชร์ :
เขียนความคิดเห็น